Nakharin's profileDEADMAN INC.PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 27

    มันช่างโล่ง...ปลอดโปร่งอะไรเช่นนี้

     
     
    วันนี้ไปฟังผลตรวจกระเพาะและระบบทางเดินอาหารมาครับ
    รอลุ้นตั้งแต่วันพฤหัส ที่ผ่านมา
    ผลตรวจออกมาปกติดีทุกอย่าง
    ยกเว้นกระเพาะ ที่หลั่งกรดหรือน้ำย่อยออกมาผิดปกติ
     
    สาเหตุน่าจะมาจาก เมื่อปีที่แล้ว
    ผมป่วยเป็นไข้เลือดออก ต้องทานยาพารามากกว่าปกติ
    กระเพาะเลยทำงานหนักเกินไป
     
    ขอเล่าย้อนไปเมื่อปีที่แล้วหน่อย...
    คือหลังจากหายจากไข้เลือดออก
    ผมจะมีอาการหิวเร็วมากกว่าปกติ
    แต่พอทานอะไร ก็จะอิ่มเร็ว และท้องเสียบ่อยมาก ๆ
     
    จนมีอยู่วัน ตื่นเช้าขึ้นมา ก็อาเจียนไม่หยุด
    อาเจียนจนไม่มีอะไรจะออก
    แต่ก็ยังไม่หยุด จนสุดท้ายอาเจียนออกมาเป็นเลือด
     
    ก็ตกใจมาก รีบโทรไปบอกให้น้องที่รู้จักไปซื้อยามาให้
    (แทนที่จะไปหาหมอ T-T)
    ก็บอกอาการเขาไป แล้วก็เอายามากิน ก็ดีขึ้น
    มารู้อีกทีตอนหลังว่าอาการอย่างนี้คือ อาหารเป็นพิษ
     
    พักฟื้นอยู่3-4 วันกว่าจะดีขึ้น
    ก็ไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นโรคกระเพาะ เลยให้ยามาทาน
    ตั้งแต่นั้น ผมจะทานอะไรตามใจไม่ได้เลย
    แล้วที่สำคัญ ผมต้องทานเอมไซม์ช่วยย่อย 7 เม็ดต่อมื้อ 24 เม็ดต่อวัน
     
    มันก็ช่วยได้ครับ แต่ความที่เป็นคนไม่ใส่ใจตัวเอง
    กิน-นอน ไม่เป็นเวลา อาการจึงกำเริบบ่อย ๆ
    ยาลดกรดนี่ทานเป็นขนมเลย -*-
     
    เหล้า-เบียร์ ก็ดื่ม บุหรี่ก็สูบ
    ที่เลิกขาดได้ก็มีน้ำอัดลม
     
    ยิ่งตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา อาการกำเริบหนักมาก ๆ
    แต่ก็ยังทนมาเรื่อย ๆ
    จนในที่สุดก็ เอาวะ ไปตรวจละเอียดดูสักครั้งดีกว่า
     
    ก็ไปที่โรงพยาบาล ไทยนครินทร์ แถวบางนา ใกล้ ๆ บ้าน
    ไปตรวจปกติ / อัลตร้า ซาวด์ / กลืนแป้ง + X-Ray
    พร้อมกับรับยามาทาน
     
    วันนี้ก็ไปฟังผลมาแล้วก็รับยามาทานเพิ่มเติม
    หมอสั่งเพิ่มว่า ห้ามทานอะไรที่จะทำให้ท้องอืดง่าย ๆ
    เพราะเมื่อวานผมดันไปทานข้าวเหนียว
    มันอืดสุด ๆ เลยครับ -*-
    ทรมานมาก ๆ
     
    นี่งดเบียร์กะบุหรี่มาจะครบอาทิตย์นึงแระ
    ถามว่าดีขึ้นไหม มันก็ดีขึ้นนะ แต่ไม่มากเท่าไหร่
    ไอ้เพื่อนตัวดี ก็ชอบมาสูบอยู่ข้าง ๆ เห็นแล้วหงุดหงิดว้อยยย
     
    ช่วงนี้ก็พยายามปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตอยู่ครับ
    พยายามนอนกลางคืน ตื่นตอนกลางวันแบบชาวบ้านเขา
    ทานอาหารเป็นเวลา รู้จักเลือกของที่จะทานด้วย
    ออกกำลังกายหลังทานอาหาร
    เพื่อกระตุ้นกระเพาะให้มีการบีบรัดได้ดีขึ้น
    ที่สำคัญอย่าเครียดครับ (ไม่รู้จะทำได้ป่าว) ^^!
     
    ยังไงก็ขอให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่เข้ามาอ่าน
    รักษาสุขภาพ ดูแลตัวเองให้มาก ๆ นะครับ
    ผมถือว่าตัวเองโชคดี (รึเปล่า)
    ที่อาการมันแสดงออกมาเร็ว เลยหาวิธีแก้ได้ทัน
    บางคนกว่าจะรู้ตัว ก็สายเกินแก้ซะด้วยซ้ำ
     
    ถ้าอยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ก็ต้องรู้จักดูแลรักษาตัวเองให้ดีนะครับ ^^
     
     *นี่ยังรอดูอาการอีก 1-2 สัปดาห์ครับ
    ถ้าอาการดีขึ้นก็ไม่ต้องไปหาหมออีก
    แต่ถ้าแย่ลง คราวนี้ต้องส่องกล้องตรวจแบบละเอียด
     
    เฮ้อ...แล้วจะไม่ให้เครียดได้ยังเนี่ย -*-
     
     
     
     
     
     
     
    March 19

    กว่าจะไปถึง-พัทยา มิวสิค เฟสติวัล

     
     
    หลังจากวันเสาร์ ที่ต้องเข้านอนเกือบสว่าง
    มาตื่นอีกทีก็ประมาณ 10 โมงเช้า
    คงไม่ต้องบอกว่าเพลียแค่ไหน
     
    หลังจากเปิดคอมนั่งเล่นอะไรนิดหน่อย
    ก็ออกไปรับเพื่อนสุดสนิทแถว ๆ โลตัส บางพลี
    แล้วก็กลับมาดูหนังที่ซีคอน ประมาณช่วงบ่าย
     
    จากตอนแรกที่นัดกับเพื่อนอีกคนไว้
    ว่าจะไปเที่ยวงานพัทยา มิวสิค เฟส กันตั้งแต่วันศุกร์
    ก็เกิดปัญหานิดหน่อย ทำให้ต้องยกเลิกไป
     
    ไอ้กระผมก็กะว่าวันนี้จะดูหนังแล้วซื้อของเข้าบ้านซะหน่อย
    เอาจริง ๆ พอดูหนังเรื่อง 300 จบ
    ไอ้เพื่อนสุดเลิฟ ก็โทรมาตะโกนกรอกใส่หูว่า
    "มึงจะไปงานพัทยาป่าววะ แสรดดด"
     
    ไม่ต้องบอกครับ งานนี้ไม่อยากพลาด
    รีบกลับบ้านไปนั่งรอมัน
    พอมันมาถึง ก็ต้องขับรถพามันกลับไปคอนโดก่อน
    อยู่แถว ๆ ลาดพร้าว 71
    โดยไม่ลืมหิ้วไอ้เพื่อนสุดเลิฟอีกคนไปด้วย
     
    พอไปถึงก็เคลียร์งานอะไรกันนิดหน่อย
    กว่าจะออกจากคอนโดก็ปาไป 6 โมงเย็นกว่า ๆ
    ก็ขับรถออกไปส่งเพื่อนสุดเลิฟ ตรงที่ไปรับมันมา
    แล้วก็รีบบึ่งขึ้นทางด่วนไปพัทยาทันที
     
    -*- ทางด่วนโล่งมาก เหยียบไปประมาณ 187 km.
    ไม่ต้องโห่นะครับ คือแบบว่า มันได้แค่นี้อะ
    ล้อรถผมมันรับไม่ไหว ส่ายเหลือเกิน
     
    คือก็ขับไปแบบเบลอ ๆ ด้วย ก็คนมันอดหลับอดนอนนี่  ^^!
     
    พอไปถึงด่านเก็บเงิน โอ้...แม่เจ้า นึกว่าโดนผีหลอก
    คือมันจะมีตู้ที่มีคนอยู่ข้างใน นั่งเก็บเงินอยู่
    ไอ้ผมก็เห็นมาตั้งแต่ไกล ก็เอื้อมไปหยิบบัตรทางด่วน
    เปิดกระจก อ้าแขนส่งบัตรให้ แต่ไม่ได้มอง
    คือ...ผมก็งง ทำไมมันไม่ดึงบัตรไปวะ
    พอหันไปดู อ้าว...ไอ้เชี้ย ตู้ร้างนี่หว่า
     
    คือไอ้ที่เห็นแต่ไกล มันมีคนนั่งเก็บนี่
    แล้วพอหันไปดู มันเป็นตู้ร้าง
    มีกระดาษแปะเต็มไปหมด
     
    -*- ใจหล่นไปอยู่ใต้ท้องรถเรย แบบว่าเหวอมาก ๆ
     
    หันไปมองเพื่อน ยังไม่ทันได้ถาม มันตะโกนใส่หน้าว่า
    "มึงจะจอดตรงนี้ทำเหี้ย...อะไร ที่เก็บตังค์มันอยู่เลยไปอีกตู้"
     
    ก็เลยหันไปมองข้างหน้า
    "อ้าว...แสรดดดด"  มันมีตู้อยู่ข้างหน้าอีกตู้นึง ^^!
    "กรูก็นึกว่า กรูโดนผีด่านเก็บเงินทางด่วนหลอกซะแร้ววว" T-T
     
    หลังจากนั้นก็ลงมาด้านล่าง จอดแวะปั๊ม
    เข้าห้องน้ำ นั่งทานอะไรนิดหน่อย
    ไม่มากมาย แค่ เบอร์เกอร์, กาแฟเย็น, หอมทอด,
    ไก่ทอด, เฟรนซ์ ฟราย
     
    -*- ก็มันหิวอ่ะ
     
    จากนั้นก็ออกเดินทางกันอีกรอบตอน 2 ทุ่มนิด ๆ
     
    มาถึงทางที่จะตรงเข้าพัทยา ตรงนี้แหละที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด
    มันจะมีอยู่ช่วงนึง ที่เป็นทางเบี่ยง
    (กำลังสร้างสะพานอะไรสักอย่าง เยอะมาก)
    มันเจือกมีป้ายพัทยาชี้ไปทางขวา
     
    ไอ้เราก็ ว้าว...ใกล้ถึงแระ เหยียบอยู่ 140 km.
     
    พอใกล้ ๆ ม่าง...กลายเป็นกองดินสูงกว่าตึก 2 ชั้น
    คือทางมันมืดมาก ๆ ย้ำว่ามืดมาก ๆ
    แล้วเปิดไฟสูงไม่ได้เพราะรถมันอยู่ใกล้ ๆ กัน
    ก็เรยหักหลบแบบโตเกียว ดริ๊ฟ T-T
     
    คือถ้าไม่ทันเนี่ย นึกภาพออกเรยว่า
    รถมันจะต้องวิ่งทะลุป้าย
    เหินขึ้นเนินดิน แล้วหน้าจิ้มลงต่อม่อสะพาน
    หมุนไปอีก 20 ตลบ  แล้วรถระเบิด แน่ ๆ
     
    ^^! เว่อร์ไปปะเนี่ย เอาเป็นว่าไม่ตายก็พิการทั้งชีวิตอะ
    ก็เลยขับแบบไปเรื่อย ๆ ดีกว่า  หุหุ
     
    พอเข้าไปถึงพัทยา ก็วนหาซอยเข้างานอยู่นานสองนาน
    สุดท้ายทนไม่ไหว ให้เพื่อนลงไปถามคนพื้นที่
     
    แล้วในที่สุดก็หาทางเข้าจนเจอ
    กว่าจะหาที่จอดได้นี่ ต้องสงบจิตสงบใจ
    กะไอ้พวกเด็กแว้น แว้น แว้นนนนน !!!
    ที่มากันเกือบแสน
    ค่อย ๆ ขับไปอย่างช้า ๆ ไม่เกิน 5 km. เพราะรถติดมาก
     
    ไอ้ที่ฮาสุด ๆ คือพาสาวมาเที่ยว แล้วเจือกตัดหน้ารถ
    เครื่องดับ  สตาร์ทไม่ติด
    โดนผู้หญิงตบกระโหลก เกรียน ๆ ดังเผี๊ยะ !!!
    (ที่ได้ยินเพราะเปิดกระจกรถ)
     HAHAHAHA
     
    พอหาที่จอดรถได้ ก็ปาไป 3 ทุ่มครึ่งแล้ว
    ก็รีบเดินเข้างานไป
    บอกตรง ๆ เลยว่างานมันไม่มีอะไรเลยอะ
    คือกร่อยมาก ๆ
     
    ซื้อเขาสีแดงมาใส่กัน 3 คน น่ารักดี
    ใส่แล้วได้อารมณ์
    ประมาณถูกผู้หญิง สวมเขา ชอบ ^^!
     
    แล้วถ้าไม่นับคอนเสิร์ตนี่
    อย่างอื่นมันแทบไม่มีอะไรเรย
    เดินไปดูเวทีหลัก พวกก้านคอ คลับกะลังขึ้นแสดง
    หุหุ น้องคิวตี้ ใส่กันใหญ่เรย
    เพลงอะไรก็ไม่รู้ ด่าไอ้... กะไอ้... กันทั้งเพลง -*-
     
    ตอนแรกว่าจะไปดูปาล์มมี่
    แต่ชาตินี้เราคงไม่มีโอกาสได้พบกัน
    เอาไว้ชาติหน้าละกันนะที่รัก จุ๊บ ๆ
     
    เรื่องของเรื่องเนี่ย
    ที่เวทีใหญ่มันมีตีกันอีกแล้ว
    ตอนวง กะหลั่ว (กะลา) เล่น
    หูย มันส์มากกก ฟังเพลงวงนี้แล้วตีกัน ทำไปได้
    ดูไม่สนุก วงข้างหลังเป็นบูธอะไรสักอย่าง
    ตั้งเครื่องเล่นเพลงตลาด ๆ
    เออ...เล่นใช้ได้ ๆ
     
     จนสักพัก เดินไปเข้าโซนของเวที Mtv
    วง อพาร์ทเม้นท์คุณป้า กะลังเล่นอยู่เรย
    ไม่ไหวแล้ว นั่งดูตรงนี้ดีกว่า ดูไปเรื่อย
    ก็นั่งดูไป ถ่ายรูปไป ทำอะไรไปเรื่อย ๆ
     
    สุดท้ายวงปิด ซิลลี่ ฟูล ก็ขึ้นเวที
    เอาวะ...ไม่ได้ดูปาล์มมี่ ดูซิลลี่ ฟูลก็ยังดี -*-
     
    แต่ขอโทษ ไม่สนุกเลย ไร้อารมณ์สิ้นดี
    ผมก็ชอบวงนี้นะ แต่เล่นห่วยมาก
    ไม่เอนเตอร์เทนคนดูเลย
     
    ที่สำคัญเอาเพลงเก่ามาเล่น แล้วนักร้องนำคนใหม่
    ร้องคีย์ไม่ถึง ต้องกดคีย์ลงมาแทน
    มันเลยไม่เพราะ แถมยังสั่งคนดู
    ทำนองว่าให้เต้น ให้ร้องดัง ๆ ช่วย ๆ กันหน่อย
    คือคำพูดมันฟังแล้วไม่เข้าหูอะ
     
    ก็หวังว่าคงพัฒนาฝีมือขึ้นเร็ว ๆ นะ  เอาใจช่วย
     
    พองานเลิกก็ขับกลับกรุงเทพฯ
    ขากลับนี่ง่ายหน่อย พอรู้ทางนิด ๆ
    แวะเติมน้ำมัน อัดกาแฟไปหนึ่งถ้วย
    แล้วบึ่งกลับอย่างรวดเร็ว
     
    แต่ก็ไม่วาย ฮา...กันอีกรอบ ^^!
     
    คือมาทางเส้นวงแหวนรอบนอก ที่จะมาสนามบินสุวรรณภูมิ
    ก็ขับมาเรื่อย ๆ
    ระหว่างทางมีการเทสกับบีเอ็มใครก็ไม่รู้
    ก็สนุกดี (ไม่ได้แข่งแบบโชว์พาวนะครับ)
     
    คือตั้งใจกันว่า จะกลับให้เร็วที่สุด
    พอมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
    ต้องหาทางเบี่ยงไปบางนา ก็เจอนะครับ
    พอเลี้ยวเข้าไป แสรดด...-*-
    มันดันมีแยกไปอีกสองทาง
     
    แล้วไม่มีไฟส่องเรย ผมก็นึกว่ามันคงปิด
    เพราะอีกทางมันเปิดไฟส่องไว้
    ก็คุยกัน เลยไปทางที่มีไฟส่อง
     
    HAHAHAHA....
     
    ขับไปได้ 100 เมตร ป้ายขึ้นหราเรยอะ
    "อยุธยา กะบาง....อะไรสักอย่างนี่แหละ"
     
    เฮ้ย.....!!! ทำไงดีวะ ถอยก็ไม่ได้ มันเป็นถนนเลนเดียว
    ทั้งขำ ทั้งกลัว
    ผมก็เลยปลอบเพื่อนไปว่า
    "เออ...เดี๋ยวกรูพามรึงไปถ่ายรูปที่กรุงเก่าล่ะกัน แสรดดด"
     
    ก็เลยตามเลย ขับไปเจอด่านเก็บเงิน
    เสียค่าโง่ไปอีก 30 บาท
    ทนไม่ไหวถามพนักงานเก็บเงินว่า
    "พี่ ๆ ผมจะกลับบางนาได้ทางไหนมั่งเนี่ย"
     
    เหมือนยังมีบุญอยู่ ที่เขาบอกว่า
    ให้เราขับไปอีก 2 กิโลเมตร จะเจอทางเบี่ยง
    ไปออกถนนที่จะไปรามคำแหง  -*-
     
    HAHAHAHA...
    หัวเราะทั้งน้ำตา ทำไมกรูเป็นคนอย่างนี้
    วันนี้ขับรถกี่กิโลแล้ววะเนี่ย T-T 
     
    ไม่เป็นไร ความจริงก็นิสัยเดียวกันทั้งกลุ่มน่ะแหละ
     
    สุดท้ายหาทางออกมาลงถนนที่ว่า
    ซึ่งมันก็อยู่ไม่ไกลจากร้านที่เอารถไปแต่งนั่นแหละ
    กำเจง ๆ T-T
     
    เลี้ยวซ้ายที่แยกลำสาลี วิ่งกลับมาที่แยกพัฒนาการ
    ปล่อยเพื่อนลงเพื่อต่อแท๊กซี่กลับคอนโด
    เพราะมันก็ไม่ไหวถ้าจะให้ขี่มอ'ไซค์กลับคอนโด
     
    จากนั้นก็บึ่งกลับมาบ้าน ก็ยังไม่วายเจอแก๊งเด็กแว้นอีก
    หึหึหึหึ จะเสยท้ายมันดีไหมวะเนี่ย -*-
     
    กลับมาอาบน้ำ จะนอน
     
    นอนไม่หลับครับ พี่น้อง !!!
    ไอ้กาแฟที่ดื่มตอนขากลับ มันยังไม่หมดฤทธิ์
    เลยต้องมานั่งอัพสเปซเนี่ย !!!
    นี่ก็ปาไปตีห้าแล้ว...
     
    เดวตอน 10 โมงต้องออกไปหาออฟฟิศให้เช่าอีก
    จะรอดไหมเนี่ย T-T
     
     
     
     
     
     
    March 16

    ชีวิตคือการเดินทาง

     
     
                                      มีคนเคยบอกว่า
                           ชีวิตคือการเดินทาง
                    ที่ต้องเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด
     
                                แต่ละวัน
                         เราก้าวไปบนเส้นทาง
                   ที่เราเลือกที่จะเดินและเลือกที่จะเป็น
                            โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า
                       หนทางข้างหน้าจะเป็นยังไง
               
                      คงไม่มีใครอยากให้มันผิดผลาด
                        อยากให้หนทางของเรานั้น
                        สวยงามไปในแบบที่เราคิด
           
                                 บางวัน
                        เราก้าวเดินอย่างรวดเร็ว
                    เร็วจนแทบจะวิ่งด้วยความเชื่อมั่น
     
                                 บางวัน
                    ใจดวงเดิมของเรามันก็กลับฝ่อ
                     เราแทบจะหยุดนิ่ง หมดแรง
                       ไม่เข้าใจกับหลาย ๆ สิ่ง
                         ที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้
     
                                 บางวัน
                      เราจึงขอเดินให้ช้าลงซักนิด
                      เพื่อจะได้มีเวลาคิดทบทวน
                    หรือชื่นชมทิวทัศน์ข้างทางบ้าง
     
                         จนบางทีก็มารู้ตัวว่า
                     เราอาจจะไปผิดทางด้วยซ้ำ
                             หรือสงสัยว่า
                  ตัวเองกำลังหลงทางอยู่หรือเปล่า
     
                     แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า
                    เราจะไม่ได้เจอกับทางออก
                          เพราะอย่างน้อย
                  เราก็ได้ลองไปในที่ที่ไม่เคยไป
                      หรือเราอาจจะกำลังไป
                      ในที่ที่ไกลกว่าเดิมก็ได้
     
                   หากชีวิตคือการเดินทางจริง ๆ
                           เมื่อมีเริ่มต้น
                    ก็ต้องมีจุดหมายปลายทาง
               และมีทางออกให้กับทุกเส้นทางเสมอ
     
                        ให้เวลากับหนทาง
              แล้วมันจะพาเราไปเจอกับเรื่องใหม่ ๆ
     
                          และแม้บางครั้ง
                   หนทางจะพาเราย้อนกลับมา
                  เจอเรื่องเดิม ๆ อย่างหนีไม่พ้น
     
                        เราอาจะต้องหัวเราะ
                     และร้องไห้ไปอีกสักกี่ครั้ง
                         ก็ไม่เป็นไรหรอก
     
                      เพราะทุกขณะที่ผ่านไป
                   เรากำลังได้บทเรียนเพิ่มขึ้นมา
                  
                        และจงทำความรู้จัก
                   กับความรู้สึกตัวเองให้มากขึ้น
                        ให้ตัวเองได้ลองทำ
                 แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี
     
                              
                            - ปาล์มมี่ -
     
     
     
     
     
     
    March 03

    บางรัก ซอย 9

    1.good night คนดี ขอให้นอนหลับฝันดี คืนนี้จะไปเข้าฝัน

    2.พี่ไปส่งมั้ย น้องต้องเดินอีกไกลนะ กว่าจะพ้นใจพี่

    3.เรื่องเนี้ยะ เริ่มต้นด้วยร้าย แต่ลงท้ายด้วยรักนะจ๊ะ

    4.ไข่พะโล้หนะ สีดำ แต่คนทำอะ หัวใจสีชมพู

    5.ติดกาแฟ เลิกได้ ติดบุหรี่ เลิกได้ แต่ติดใจเธอ เลิกไม่ได้จริงๆ

    6.มีใจแค่1ดวง ครึ่งแรกบอกว่า คิดถึง อีกครึ่งหนึ่ง บอกว่า รัก

    7.ที่หายหน้าไป ไม่ใช่ไม่รัก แต่หมอให้พัก ลดน้ำตาล ในหัวใจจ๊ะ

    8.ฉันเกิดมา อาภัพ ต้องอยู่แบบ หลบๆซ่อนๆ ก็ซ่อนใน หัวใจเธองัย

    9.หัวใจไม่ว่าง เหมือนเดิม เพราะมีเธอ มาเพิ่มเติม ในใจ

    10.อยากรู้มั้ย ฉันรักใคร ส่องกระจกสิ จะได้คำตอบ

    11.ยังตัดสินใจไม่ได้ใช่ไหม เอางี้โยนหัวก้อยกัน ถ้าออกหัว
    เธอมาเป็นแฟนฉัน ถ้าออกก้อย ฉันจะยอมเป็นแฟนเธอ

    12.อยากจะเขียนคำว่ารักตัวเท่าบ้าน คงต้องหากระดานแผ่นใหญ่ๆ
    อันสมุดเล่มนี้มันเล็กไป คงต้องเอาหัวใจมาเขียนแทน

    13.ไม่ได้คิดถึงเธอทุกนาที แต่คิดถึงเธอตลอดที่มีลมหายใจ

    14.ถ้าพรุ่งนี้ผมตายไปก็คงไม่แปลก เพราะชีวิตผมที่เกิดมา
    มีหน้าที่เพียงแค่มาพบคุณในวันนี้เท่านั้นเอง

    15.ผมมันคนใจแคบ ในนั้นเลยมีที่ว่างพอสำหรับคุณเพียงคนเดียว

    16.เป็นการยากที่จะเข้าใจในคำว่ารัก
    แต่ยากยิ่งนักหากจะรักอย่างเข้าใจ

    17.ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ ก็เพราะหัวใจของผมนั้นดันไปอยู่ที่คุณ

    18.ความรักของเราเหมือนเส้นขนาน แม้จะไม่มีวันมาบรรจบกัน
    แต่ก็จะเคียงคู่กันตลอดไป

    19.ถึงผมจะเป็นคนหลายใจ แต่ในทุก ๆ หัวใจก็มีแต่เธอ

    20.โทรศัพท์มือถือยิ่งโทรยิ่งกินเงิน แต่โทรหาคุณยิ่งโทรยิ่งกินใจ

    21.ผมขอถามทางคุณหน่อยได้ไหมครับ? ทางไปหัวใจคุณ

    22.ช่วยกดลิฟท์ให้หน่อยครับ? ผมจะไป ชั้น..รักเธอ

    23.คุณได้ยินเสียงอะไรมั๊ยครับ....เสียงหัวใจผมมันบอกว่ารักเธอ

    24.เอ่อ..ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึป่าวครับ อ๋อ
    คงจะเป็นในฝันของผม

    25.ทำไมวันนี้ท้องฟ้าไม่สวยเหมือนทุกวัน คงเป็นเพราะคุณสินะ

    26.ผมชักอึกอัดแล้วสิ
    ก็คุณเล่นเข้ามาเบียดอยู่ในใจผมตลอดเวลาเลย

    27.เดินดีๆนะครับ...ระวังจะสะดุดรักผม

    28.ตั้งแต่ผมได้รู้จักกับคุณ ทำให้ผมได้เจออะไรบางอย่าง เจอละไม
    ใจละเมอ

    29.เผอิญผมมันพวกคนใจแคบหนะครับ
    ในนั้นเลยมีที่ว่างให้คุณได้เพียงคนเดียว

    30.ความรักของผมกับคุณเหมือนเส้นขนาน แม้มันอาจจะไม่มีวันมาบรรจบกัน
    แต่มันจะเคียงคู่กันตลอดไป

    31.ถึงผมจะเป็นคนหลายใจ แต่ในทุกๆหัวใจก็มีแต่คุณ


    32.ผมทำให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นแค่เหาะขึ้นไปบนฟ้า กับการไม่รักคุณ

    33.ผมมันเป็นคนไม่มีหัวใจ... เพราะผมเอาให้คุณไปแล้ว
    ตั้งแต่วันที่เราพบกัน

    34.เมื่อคืนที่บ้านไฟดับ แต่ผมไม่ต้องใช้ไฟฉาย หรือเทียนเลยครับ
    เพราะแค่นึกถึงคุณ โลกของผมก็สว่างไสวไปหมดแล้ว

    35.ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผม.... คุณไปอยู่ไหนมาครับ?

    36.ผมยอมอายุสั้นลงไป 1 ปี... แลกกับการคุยกับคุณ 1 นาที

    37.ผมไม่หวังอะไร ขอแค่ได้เห็นหน้าคุณ ถึงต้องอายุสั้น
    ตายไปต่อหน้าคุณ ผมก็ยอม

    38.รู้ตัวไหม ว่าคุณคือผู้หญิงคนแรก ที่เห็นแล้วผมนึกอยากปลูกต้นรัก

    39.คุณทำให้ขาผมแพลง
    เพราะตกหลุมรักคุณไม่เป็นท่า

    40.ไม่สบายไป x-ray หัวใจมา หมอบอกว่าข้างในหัวใจมีแต่เธอ

    41.ร้อนจัง อาบน้ำ ก็ยังไม่หาย นอนไม่หลับกระสับกระส่าย
    ก็ยังไม่หายคิดถึงเธอ

    42.โทษครับ กี่โมงแล้วครับ วันเวลาของผม มันหยุดไปหมดเมื่อพบคุณ

    43.ถ้าคิดถึงคุณ..แล้วต้องเสียตังค์ครั้งละบาท
    ผมคงหมดเนื้อหมดตัวภายในวันเดียว

    44.คุณท่าทางจะมีโชคนะ ผมเป็นหมอดู ดูดวงจากเบอร์โทรศัพท์
    บอกเบอร์มาสิครับ ผมจะทายให้

    45.ผมคงต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายซะแล้ว
    เพราะความรักของคุณมันทำให้ผมตาบอด

    46.ถ้าเธอเป็นโคลน ฉันจะยอมเป็นควาย จะได้จมปลักรักเธอตลอดไป...

    47.เวลาเห็นหน้าคุณทีไร ผมมักจะเป็นโรคชักทุกทีเลยอะ...ชักใจอ่อน